ปีพ.ศ.2550 ครอบครัวฉันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะเมื่อหลายปีก่อน พ่อของฉันได้เอาที่ดินตรงรัชดาไปจำนำ จนถึงเวลานานแล้ว บ้านหลังนั้นก็ถูกธนาคารยึดไป ครอบครัวรอดสรรเสริยจึงต้องย้ายบ้านให้ทันภายในเดือนมิถุนายน ปัจจุบันเราอยู่ที่นนทบุรี บริเวณสี่แยกแคลาย
ปีพ.ศ.2550 เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม พี่สร้อย พี่เลี้ยงของดิฉันล้มป่วยลง แต่ไม่ถึงกับหนักมาก แกป่วยมาตั้งแต่2-3ปีที่แล้ว หมอบอกว่า เป็นโรควัณโรคในต่อมน้ำเหลือง อาการครั้งแรกคือ มีต่อมบวมโตเท่านิ้วก้อย2ข้อ บริเวณที่คอ และบริเวณขาก็มีตุ่มคล้ายอีสุกอีใสขึ้นทั่วไป
ปลายเดือนกรกฎาคม พี่สร้อยมีอาการท้องบวม พอกดแล้วแข็ง
เหมือนมีลมหรือน้ำอยู่ เมื่อนำไปx-ray ภายในช่องท้องมีก้อนเนื้ออยู่ แต่หมอยังสรุปไม่ได้ว่านั้นก้อนเนื้อดีหรือร้าย จนพี่สร้อยต้องเข้าโรงพยาบาล ร่ายกายเริ่มผ่ายผอมลง
วันนั้น ฉันปาป๊า และเฮียตี๋ ได้ไปอธิษฐานเผื่อพี่สร้อย ขณะที่ฉันอธิษฐาน ฉันเห็นภาพพี่สร้อยนอนในโลง และรอบๆคือคนอื่นๆอยู่ข้างๆ
ฉันถามพระเจ้าว่า พระองค์ล้อเล่นรึเปล่า?
หลังจากพี่สร้อยออกจากโรงพยาบาล ร่างกายเริ่มผอมหนักกว่าเดิม พักอยู่ที่บ้านของฉัน จนเริ่มช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ท้องก็เริ่มป่อง ส่วนขาและแขนไม่มีแรง จน2อาทิตย์ต่อมา แม่ฉันจึงนำพี่สร้อยส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าในวันเสาร์ที่4สิงหาคม2550 เพราะพี่สร้อยหายใจไม่ออก
ต่อมา วันอาทิตย์ที่5สิงหาคม2550 พี่สร้อยจากเราไปอย่างสงบ
ฉันไปดูหน้าพี่เลี้ยงที่เลี้ยงดูฉันมาตลอด17ปี มือของฉันจับที่ข้อเท้าพี่สร้อย เข้าใจแล้วว่า เวลาคนตายมันเย็นจริงๆ เมื่อฉันมองที่หน้าของพี่สร้อย ตาของพี่สร้อยยังไม่ปิด เหมือนกับมองในอากาศ ฉันร้องไห้ตลอดทั้งวัน และฉันก็นอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
กราบเท้าพี่เลี้ยงครั้งสุดท้าย ระลึกพระคุณ
หลับให้สบายนะ พี่สร้อย
12 สิงหาคมนี้แม่คนนี้จะอยู่ในใจลูกตลอดไป
edit @ 2007/08/06 11:39:10
